ระหว่างเดินไปตามท้องตลาด แอดเห็นหมูโลละ 120 ไม่เห็นเท่ากับราคาหมูที่ตลาดสี่มุมเมืองเลย แอดเห็นส่วนต่างนี้ แอดจึงคิดได้ว่า… หากเรามองไปตามตลาด สินค้าที่ถูกนำมาขายนั้น พ่อค้าแม่ค้าก็คงต้องหาแหล่ง แล้วนำมาขายเพื่อทำกำไรส่วนต่าง

หรือแม้แต่ทอง ขายที่อเมริกา กับทองที่ขายที่ไทย ราคาก็ต่างกัน ในช่วงเวลาที่ราคาทั้งสองที่ยังไม่เท่ากัน ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทำกำไรส่วนต่างนี้หรือเรียกว่า ‘นักอาร์ทบิทราจ’ มันอาจจะขึ้นในเวลาไม่นาน หรือแปปเดียว แต่คนกลุ่มนี้จะคอยมองหาช่องโหว่แห่งโอกาสนี้ตลอดเวลา พอเจอช่องโหว่ที่เหมาะสมแล้ว เขาจะทำการตัดสินใจขายทันที

ในหุ้นก็เช่นเดียวกัน ขอยกตัวอย่างเป็นหุ้นบริษัทลูกกับหุ้นบริษัทแม่ หุ้นลูกราคาจะถูก หุ้นแม่จะมีราคาแพง ในนี้เราจะสามารถแปลงหุ้นลูกเป็นหุ้นแม่ได้ แต่แน่นอนย่อมมีสิ่งแลกเปลี่ยน เราต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแปลงสภาพ หุ้นทั้งสองตัวนี้ค่อนข้างจะแปรผันตามกัน เปรียบเสมือนแม่กับลูกไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ทว่าบางครั้ง ลูกย่อมขัดใจแม่บ้าง นั้นคือช่องโหว่แห่งโอกาส (แสงปิ้งๆ) **ถ้าเกิดว่า ราคาหุ้นลูก + ราคาในการแปลงสภาพ แล้วยังถูกกว่า ราคาหุ้นแม่** นั้นแปลว่าเราสามารถทำกำไรส่วนต่างจากการอาร์ทบิทราจได้

ถึงแม้การทำกำไรส่วนต่างแบบนี้ ถ้าจะทำให้ได้กำไร ต้องซื้อปริมาณมาก แต่ว่า มันแทบไม่มีความเสี่ยงเลย ออกหัว เราได้เงิน ออกก้อย เราก็แค่เสียเงินนิดหน่อย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ‘มองภาพให้กว้าง คอยมองหาโอกาส รางวัลจะเป็นของเรา’

#AdminCH

ปล.บทความนี้ไม่ได้ยืนยันความถูกต้อง เป็นเพียงความเห็นและความรู้ที่แอดมินเข้าใจ

003

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s